ผ่าดวงเมืองปีวัวดุ 2564!

ผ่าดวงเมืองปีวัวดุ 2564!

ผ่าดวงเมืองปีวัวดุ 2564! โหราจารย์ล้วนตีธงไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในวังวนยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งสถานการณ์โรคอุบัติใหม่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก เรียกว่าร้อนแรงทุกประเด็นส่งผลกระทบทั้งองคาพยพ ซึ่งตามตำราโหราศาสตร์นับเป็นการเร่งเครื่องสู่ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร

ผ่าดวงเมืองปีวัวดุ 2564!

ปี 2564 ดวงเมืองไทยดำเนินไปในทิศทางใด เชิญตรวจเกณฑ์ชะตาบ้านเมืองผ่านคำพยากรณ์ของ “7 โหราจารย์” ผู้คร่ำหวอดในแวดวงโหราศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน

บ้านเมืองวิปริต
รัฐบาลอับโชค
ลั่นฆ้องพยากรณ์ดวงเมืองปี 2564 เปิดคำทำนายโหราจารย์คนแรก “อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ” นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ที่ฟันธงฉับลงไปว่า อิทธิพลจาก “ดาวมฤตยู” ซึ่งหมายถึงอาเพศ ความเปลี่ยนแปลง โคจรอยู่ในราศีเมษ ทับลัคนา และทับพระอาทิตย์ ตนุเศษของดวงเมือง ตั้งแต่ต้นปี 2564 – เดือนกรกฎาคม 2565 ส่งผลให้บ้านเมืองยังคงยุ่งเหยิงเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง

ลุกลามไปจนเกิดเหตุรุนแรงจากความไม่พอใจเรื่องกฎหมาย ตลอดจนวิธีทางการเมืองการปกครองของรัฐ ให้ระวังการนำไปสู่อาชญากรรมที่รุนแรง โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 – 24 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวมฤตยูทำมุมสัมพันธ์ดาวอังคารที่จะจรมากุมดาวมฤตยู และช่วงระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม – 4 ธันวาคม 2564 ซึ่งดาวอังคารเล็งดาวมฤตยู

ด้านการเมือง ดาวพฤหัสกับดาวเสาร์โคจรมาทับกันตรงราศีมังกร ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ซึ่งพฤหัสกับเสาร์เป็นดาวคู่แห่งการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย 2 ดวงมากุมกัน จึงเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย โดยแต่ละยุคใช้เวลา 20 ปี ทำนายว่าจะทำให้เกิดภาพความเหลื่อมล้ำชัดเจน เกิดภาพเปรียบเทียบระหว่างคนจนกับคนรวย คนมีโอกาสกับคนด้อยโอกาส คนมีการศึกษากับไร้การศึกษา สู่การการปรับตัวเพื่อให้เกิดสมดุล
นอกจากนี้ มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดในราศีมังกร ซึ่งเป็นภพที่ 10 ของดวงเมือง เป็นกัมมะ หมายถึงการบริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ปี 2564 ดาวพฤหัสกุมกับดาวเสาร์ในราศีมังกรเดินหน้าและถอยหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในทางดีและไม่ดี ทั้งผู้ปกครอง ชนชั้นสูง และประชาชนจึงต้องปรับตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองหรือรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรค นำพาประเทศไปได้ มีการเริ่มต้นกิจการใหม่ๆ ของชาติ โดยเป็นกิจการใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการปกครอง เป็นต้นว่าการออกกฎหมายใหม่ๆ จะประสบความสำเร็จ

ที่น่าห่วงคือ ดาวเสาร์ โคจรอยู่ในภพที่ 10 ในราศีมังกร ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 – 2565 มีทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย เริ่มที่เรื่องดีบ้านเมืองปราศจากภัย รัฐบาลสามารถรักษาอำนาจ และสามารถออกกฎหมายได้ ส่วนเรื่องร้ายรัฐบาลจะอับโชค ขาดการสนับสนุนล้มเหลวในการเลือกตั้ง อิทธิพลจากเสาร์โยกเกณฑ์ร้ายจากภพที่ 8 ซึ่งเป็นภพมรณะ ส่งผลให้บุคคลสำคัญเจ็บป่วยหรือถึงแก่มรณกรรม

ย้อนอดีตชาติไทยการโคจรของดาวเสาร์ เคลื่อนเข้าสู่ราศีมังกรในทุกๆ 30 ปี การโคจรลักษณะนี้จะเกิดปัญหาใหญ่ทุกครั้ง อาทิ ดาวเสาร์เข้าสู่ราศีมังกร เมื่อปี 2535 เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ , ปี 2505 สมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เกิดการช่วงชิงอำนาจ เกิดกองทัพปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เกิดวันเสียงปืนแตกและมีการปราบปรามอย่างรุนแรง, ปี 2575 เกิดปฏิวัติสยาม และมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย, ปี 2445 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยต้องเสียดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง เป็นต้น

สำหรับ ปี 2564 มีดาวพฤหัสมากุมกับดาวเสาร์เกิดการถ่วงดุลอยู่ ดาวพฤหัสหมายถึงเสรีชน ดาวพระเสาร์หมายถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งฝ่ายเสรีชนพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลง ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมพยายามรักษาสิ่งเดิมไว้เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือแต่ละฝ่ายก็พยายามเดินหน้าในแนวทางของตน ทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งทางออกที่ดีสุดคือทั้ง 2 ฝ่ายต้องพยายามผสมกลมกลืนกันให้ได้

ผ่าดวงเมืองปีวัวดุ 2564!

ต้องระวังเหตุการณ์รุนแรงจากอิทธิพลดาวอังคารกุมมฤตยู ตรงราศีเมษ ทำมุมฉากกับดาวเสาร์ และดาวพฤหัส คือ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 – 26 กุมภาพันธ์ 2564 ตามด้วยช่วงที่ดาวอังคารจรอยู่ราษีตุลย์ ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม-4 ธันวาคม 2564 และช่วงที่อังคารอยู่ตรงราศีกรกฎ คือระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม-27 สิงหาคม 2564

ด้านเศรษฐกิจ พระราหูยังโคจรอยู่ในราศีพฤษภ ซึ่งเป็นเรือนชะตาที่ 2 ของดวงเมือง เรียกว่า “ราหูค้นทรัพย์” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การคลัง การธนาคาร ปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน หมายถึงจะค้นเอาทรัพย์ที่มีอยู่มาใช้จนร่อยหรอหมดไป ต้องกู้ยืมทั้งจากในประเทศและ
ต่างประเทศ ทำให้เป็นหนี้เป็นสินจำนวนมาก เช่น หนี้สาธารณะ หนี้เอกชน หนี้ครัวเรือน ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจการเงินการคลังรุนแรงขึ้น ซึ่งราหูค้นทรัพย์จะอยู่ต่อเนื่องจนเข้าสู่ปี 2565 ดังนั้นในปี 2564-2565 ประชาชนต้องรอบคอบในการใช้จ่ายเงินและการดำเนินชีวิตเพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ปี 2564 จะเกิดอุปราคาขึ้น 4 ครั้ง อุปราคาครั้งแรก บ่งชี้สุขภาพของประเทศเสื่อมโทรม เกิดความเจ็บไข้และโรคระบาด เกิดอาชญากรรมร้ายแรง และความปั่นป่วนทางการเงิน การเกิดอุปราคาครั้งแรกต้องระวังอุบัติภัยที่เกิดจากดิน หรือธรณีพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก แผ่นดินทรุด ดินถล่ม รวมถึงการเสียดินแดน โดยเหตุที่เกิดขึ้นจะมีความชัดเจนและยาวนาน

อุปราคาครั้งที่ 2 ส่งผลให้เศรษฐกิจ การเงินการคลัง และการธนาคารของประเทศเสียหาย เกิดความผันผวนทางการเงินและภาษี จะมีปัญหาด้านการค้า และอาจเกิดความล้มเหลวของธุรกิจรายใหญ่ เกิดฝนแล้งและส่งผลต่อดิน โดยเหตุจะเกิดอย่างฉับพลันรุนแรง หรืออยู่เป็นเวลานาน มีอิทธิพลเข้าครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคระบาด และการสูญเสียบุคลสำคัญ

ส่วนอุปราคาครั้งที่ 3 และอุปราคาครั้งที่ 4 ต้องระวังภัยที่เกิดจากน้ำ เช่น อุทกภัย อุบัติเหตุทางทะเล เกิดปัญหาในกลุ่มอาชีพที่เกิดกับน้ำหรือของเหลว และเหตุเกิดเป็นเวลานานหรือส่งผลยาวนาน ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่ แผ่นดินไหว จึงอาจเกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำหรือสึนามิ เกิดความเจ็บไข้จากโรคระบาด อิทธิพลยังครอบงำไปถึงรัฐสภา และการเงินซึ่งทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ชนชั้นกรรมาชีพเกิดความไม่พอใจ เกิดอาชญากรรมลึกลับซึ่งยากต่อการสืบสวน ให้เกิดปัญหายุ่งยาก ผู้ปกครองเกิดความคับอกคับใจ ต้องระวังจะมีเหตุคนตายจำนวนมาก พิจิกในจันทรุปราคา จะส่งผลให้บุคคลสำคัญถึงแก่มรณกรรม